เทศกาลไหว้พระจันทร์ หรือ เทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง

October 10, 2018

 

 

เทศกาลไหว้พระจันทร์ หรือ เทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง (อังกฤษ: Moon Festival[1], Mid-Autumn Festival; จีนตัวเต็ม: 中秋節; จีนตัวย่อ: 中秋节; พินอิน: zhōngqiū jié; เวียดนาม: Tết Trung Thu) เป็นเทศกาลตามวัฒนธรรมจีนที่มีขึ้นในกลางฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยว จะมีขึ้นในคืนวันเพ็ญเดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติ (กันยายนตามปฏิทินสากล)

วันนี้จะขอหยิบยกเอาหนึ่งในเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับตำนานเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ของคนจีนมาเล่าสู่กันฟัง....
...
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อสมัยที่โลกยังคง มีดวงอาทิตย์ สิบดวงล้อมรอบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนให้แสงสว่างและความร้อน บนพื้นพิภพเต็มไปด้วยจอมยุทธ์ ผู้กล้า และผู้คนอาศัยอยู่กันอย่างสงบสุขจน ทำให้เป็นที่อิจฉาของเหล่าเซียนเทวดา พวกเซียน รู้สึกว่าผู้คนเริ่มไม่ให้ความเคารพนับถือพวกเขา

 

เขาจึงทำให้ดวงอาทิตย์ทั้งสิบดวงให้สาดส่องแสงอันแรงกล้าลงมายังพื้นโลกพร้อมกัน ทำให้โลกร้อนระอุเป็นเพลิง ส่วนที่เป็นน้ำก็เหือดแห้งไป ภูเขาถล่มแผ่นดินแยก ต้นไม้ใบหญ้าแห้งกรอบ ผู้คนไม่มีที่จะไปหลบซ่อนอาศัย

 

เหล่าเซียนและเทวดาหวังที่จะให้ผู้คน ร้องขอและกลับมาเกรงกลัวพวกเขาอีกครั้ง แต่แผนการก็ต้องล้มเหลวเมื่อมีชายหนุ่มนักแม่นธนูมีนามว่า "โฮ่วอี้" อาสาที่จะช่วยเหลือ โดยยิงธนูเพื่อดับดวงอาทิตย์และ

 

โฮวอี้ เขาเป็นผู้ที่มีฝีมือในการยิงธนูได้อย่างมหัศจรรย์มาก เขาได้ยิงธนูขึ้นสู่ฟ้า เพียงดอกเดียวก็ยิงถูกดวงอาทิตย์ตกลงมาถึงเก้าดวง เหลือดวงที่สิบไว้เพียงดวงเดียว เพื่อยังคงส่องแสงสว่างให้แก่โลก ทำให้พื้นพิภพกลับมาสงบสุขอีกครั้ง

 

ผู้คนต่างร่ำร้องสรรเสริญโฮ่วอี้ว่าเป็นวีรบุรุษและแต่งตั้งให้เขาเป็นฮ่องเต้ แต่ก็โชคร้ายเหลือเกินอาทิตย์ดวงที่เก้าที่ เขายิงตก เป็นราชบุตรขององค์เง็กเซียนฮ่องเต้

 

พระจักรพรรดิแห่งสวรรค์ ซึ่งทรงกริ้วและเสียพระทัยกับการสูญเสียราชบุตรสุดที่รักไป 
จึงสั่งให้นางกำนัลแห่งสวรรค์มีนามว่า "ฉางเอ๋อ" 
นำยาพิษไปให้ โฮ่วอี้

 

โดยให้หลอกว่าเป็นยาอายุวัฒนะหากกินก็จะทำให้สามารถมีชีวิตที่เป็นนิรันดร์

ฉังเอ๋อได้รับคำสั่ง จึงนำยาไปมอบให้แก่ โฮ่วอี้ แต่เมื่อนาง เห็นหน้าชายหนุ่มก็เกิดความรักและเห็นใจ

 

 

"โฮ่วอี้" ก็เช่นกันเมื่อได้เห็นความงามของ ฉางเอ๋อ ก็เกิด ความรักขึ้น แต่นางฉังเอ๋อก็คงส่งมอบยาให้แก่ โฮ่วอี้ ตามคำสั่งที่ได้รับมา

แต่บอกว่ายานี้ยังกินไม่ได้จนถึง วันที่ 15 ค่ำเดือนแปด ด้วยความหวังว่านางอาจจะสามารถหาวิธีที่ทำ ให้เง็กเซียน ฮ่องเต้ทรงเปลี่ยนพระทัย หรือหาวิธีช่วยชีวิตชายคนรักได้

 

 

นางใช้ชีวิตอยู่กับโฮ่วอี้ ถึง 7 วัน จนเมื่อถึงวันที่ 15 ค่ำ ตามที่นางได้กล่าวไว้กับ โฮ่วอี้ นางก็ยังคงไม่สามารถคิดหาวิธีช่วยชีวิตเขาได้

ดังนั้นในคืนวันที่ 15 ค่ำเดือนแปดก่อนที่ โฮ่วอี้ จะกินยาพิษ นางจึงตัดสินใจชิงยาพิษเม็ดนั้นมากินแทนสามีสุดรัก

 

แต่ยากลับไม่ได้ทำให้นางตาย ชั่วอึดใจนางก็รู้สึกว่าตัวของนางเบาและเริ่มล่องลอยขึ้นสู่ฟากฟ้าเบื้องบน ลอยสูงจนไปถึงดวงจันทร์

ด้วยความตื่นตระหนกนางเริ่มที่จะหายใจไม่ออก และเริ่มไอ ซึ่งทำให้ยาหลุดออกมาจากลำคอของนาง

 

เนื่องจากนางนั้นไม่สามารถบินได้อีกนาง จึงไม่สามารถลอยกลับลงมายังโลกได้จึงต้องใช้ชีวิตอยู่ในพระจันทร์นั้นเอง

จึงเกิดเป็นเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ที่ชื่อ "ฉางเอ๋อ" (嫦娥) ซึ่งเป็นหญิงคนรักของโฮวอี้

 

 

ตำนานนี้เป็นที่เล่าขานต่อๆ กันมาและนี่คือ เหตุผลว่าทำไมชาวจีนจึงนับถือนางในพระจันทร์ กราบไหว้เพื่อให้ความดี ความงามของนางได้สาด ส่องลงมายังโลกมนุษย์ ให้เกิดความสงบสุขไป ทั่วหล้า ทำให้มนุษย์ที่เป็นหญิงได้มีรูปโฉมที่งดงามเช่นนาง และขอให้ความดีงาม ของนางปกปักรักษา คุ้มครอง โลกมนุษย์ต่อไป

 

ในยุคของฮั่นเหวินตี้ (漢文帝) แห่งราชวงศ์ฮั่น 
ได้ทรงพระสุบินว่า พระองค์ลอยขึ้นไปเที่ยวชมพระราชวังบนดวงจันทร์ และได้พบกับฉางเอ๋อกำลังร่ายรำอยู่อย่างงดงาม ในสุบินนั้น พระองค์ทรงเพลิดเพลินและเกษมสำราญเป็นอย่างยิ่ง

 

กระทั่งเมื่อตื่นพระบรรทมและโปรดให้สุบินนั้นเป็นความจริง จึงมีรับสั่งให้นางสนมแต่งตัวและร่ายรำเลียนแบบเทพธิดาฉางเอ๋อที่พระองค์ได้พบเจอมา

จนแพร่หลายไปสู่ราษฎรและเป็นประเพณีมา ซึ่งในอดีต ชาวจีนโดยเฉพาะหญิงสาวจะสวดขอพรจากฉางเอ๋อเพื่อที่ขอให้มีความเยาว์วัยและงดงามตลอดไปดุจดั่งนาง

 

เนื่องจากตำนานเรื่องต่างๆที่เล่าขานเกี่ยวกับดวงจันทร์ทั้งหลายนี้ ดังนั้นนับแต่สมัยโบราณเป็นต้นมา ผู้คนก็จะมี

ประเพณีการชมและบูชาดวงจันทร์ จักรพรรดิถือความนิยมในการบูชาพระอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิ และบูชาพระจันทร์ในฤดูใบไม้ร่วง พวกราษฎรก็มีประเพณีการบูชาพระจันทร์ในฤดูใบไม้ร่วงด้วยเช่นกัน

 

ในการบูชาพระจันทร์นั้น ตามปกติพิธีจะเริ่มหลังจากที่ดวงจันทร์ขึ้นแล้ว ธรรมเนียมการไหว้พระจันทร์ คนจีนนิยมจัดการไหว้ที่หน้าบ้าน

พิธีกรรมเริ่มต้นเมื่อผู้หญิงที่เป็นใหญ่ในบ้าน พาผู้หญิงสมาชิกยกของไหว้มายังซุ้ม ตั้งแต่เวลา 1 ทุ่มไปจนถึงเที่ยงคืน สมาชิกที่เข้าร่วมพิธีสวดขอพรจากเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ หลังจากนี้อาจมีกิจกรรมรื่นเริงอื่นๆ เช่นเล่นผีกระเช้า โดยใช้เสื้อตัวใหญ่มาคลุมกระเช้าไว้ แล้วถามเรื่อง โชคลาภ สุขภาพ ความรัก จนกว่าพิธีจะสิ้นสุด

 

ในฐานะที่ขนมไหว้พระจันทร์เป็นสิ่งของสำคัญในการบูชาดวงจันทร์ หลังจากการบูชาจบลง คนทั้งบ้านก็จะแบ่งกันกิน เนื่องจากขนมไหว้พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความกลมเกลียว สะท้อนให้เห็นความหวังอันงดงามของผู้คนที่มีต่อชีวิตในอนาคตของพวกตน ดังนั้นบางที่ก็จะเรียก ขนมไหว้พระจันทร์ว่า " ขนมแห่งความกลมเกลียว " 
..
เรียงเรียงโดย
ข้าพเจ้าเจ๋อหลาง
...
อ้างอิงที่มา
https://www.noknoi.com/magazine/article.php?t=270

Please reload

Our Recent Posts

ฤกษ์แต่งงาน สำคัญจริงหรือ?

November 5, 2019

ไม่มีเหตุ... ไม่ทาย...ไม่มีคำถาม... คำตอบไม่ปรากฏ

November 5, 2019

ศึกษาโหราศาสตร์ง่ายหรือยาก?!?!?

October 10, 2018

1/1
Please reload

Tags

Please reload

 

+66(0)-98-850-5900

อ.รวิ อัญญากาญจน์ (อ.แบ๊ท, โค้ชแบ๊ท)
Tianlang Ancient Wisdom Institute (สำนักภูมิปัญญาโบราณเทียนหลาง)
211/3, Fl.4, 21 Ratchadamarketing Building, Ratchadaisek Road, Dindang, Bangkok 10400, Thailand

©2018 by fengshuiX. Mr. Ravi Aunyakan