โลกกำลังจะเปลี่ยนสู่ยุค 9

May 22, 2020

 

ยุค 9 คืออะไร?
ทำไมใครๆถึงพูดถึงกันนัก
.
วันนี้จะขออธิบายขยายความเกี่ยวกับฮวงจุ้ยยุค 9
(ในแบบฉบับของผม)
.
ในสายกลุ่มวิชาฮวงจุ้ยจะมีอยู่หลายสายด้วยกัน
แต่จะมีอยู่สองสายหลักๆที่เรียกว่าได้รับความนิยม
มีการสืบทอดวิชามาอย่างต่อเนื่อง
มีหลักการที่เป็นที่ยอมรับ
และต่อยอดพัฒนาวิชาอยู่เรื่อยมา
.
ตั้งแต่ปรมาจารย์รุ่นโบราณจนถึงยุคปัจจุบัน
.
กลุ่มแรก
สายวิชาซาฮะ หรือซานเหอ
ที่แปลว่า ตรงๆว่า "สามประสาน"
.
กลุ่มที่สอง
สายวิชา "ซานหยวน" หยวนแปลว่ายุค
ซานหยวนจงแปลว่า "สามยุค"
.
ทั้งสองสายวิชานี้จะใช้หลักการประสานพลังชีี่ 3 ชนิด
คือ ระหว่าง ฟ้า คน ดิน เป็นหลักในการคำนวณ
.
เช่น
สายซานเหอ จะดูว่าถ้าคนเปิดปีกุน
ควรเลี่ยงทิศหลังบ้านเป็นมะเส็ง(ปีชงของกุน)
.
คนต้องสัมพันธ์กับบ้านตามหลักปีเกิด
ห้ามเป็นคู่ชงกับบ้าน นั่นหมายความว่า
.
ทิศทางหลังพิงของบ้าน ก็จะมี
นักษัตรทั้ง 12 ตัว กำกับอยู่ในทุกทิศ
.
ดังนั้น การที่ชี่ของบ้านกับคนอาศัย
ไม่ใช่พลังงานที่ส่งเสริมกันแล้ว
.
คนในบ้านอยู่นานไปก็เหมือนถูกชง
ตลอดช่วงชีวิตที่อาศัยบ้านหลังนี้
.
เมื่อย้ายออกจึงไม่มีชง!!!
.
นี่เห็นไหม ที่เรากลัวปีชงๆๆเนี่ย
จริงๆแล้ว ถ้าอยู่บ้านที่เป็นทิศชงเนี่ย
วุ่นวายไม่จำกัดกาลเวลาอีกต่างหาก
.
.
พลังชี่ของบ้านเนี่ย เค้าก็เรียกว่า "ฮวงจุ้ย"
.
"ฮวง" จีนกลางอ่านว่า "เฟิง" ที่แปลว่า "ลม"
"จุ้ย" จีนกลางอ่านว่า "สุ่ย" แปลว่า "น้ำ"
.
นักพรตหรือ นักปราชญ์จีนโบราณเค้ามองว่า
การที่คนอยู่อาศัยในธรรมชาติเนี่ย
ต้องอยู่ให้ใช้ชีวิตสอดคล้องกับธรรมชาติ
.
พลังชี่ของธรรมชาติเป็นเช่นไร
ก็มีผลต้องชีวิตมนุษย์เช่นกัน
.
การปรับตัวเข้าสู่พลังธรรมชาติ
จึงจะช่วยให้ชีวิตยืนยาวและมีความสุขอย่างสมดุล
.
ที่นี้...พลังชี่ มันมีอยู่ในทุกๆที่ในธรรมชาติ
แต่พลังชี่จะถูกถ่ายเท และเปลี่ยนแปลง
ต้องอาศัยการเคลื่อนของลม และการไหลของน้ำ
.
การศึกษาผลกระทบของชีวิต
เมื่อลมเคลื่อน และน้ำไหล
จึงเป็นเหตุผลให้คนตั้งชื่อวิชานี้ว่า
.
"เฟิงสุ่ย" หรือ "ฮวงจุ้ย" นั่นเอง!!!
(วิเคราะห์ลม เฝ้าสังเกตน้ำ เพื่อค้นหาพลังชี่ที่ดีมาส่งเสริม)
.
เห็นไหมว่า...
หลักคิดของนักปราชญ์โบราณ
นี่เค้าล้ำลึกมากนะ
.
เค้าไม่ได้ศึกษาอะไรผิวเผิน
แต่วิวัฒนาการทางความรู้ของจีน
มีการส่งต่อกันมาเป็นทอดๆ รุ่นสู่รุ่นแบบจำกัดเป็นสำนักๆ
.
มีการพัฒนาเพิ่มเติมวิชาให้ละเอียด
แม่นยำมากขึ้นไปอีก จากปรมาจารย์รุ่นหลังๆ
.
คนฝั่งตะวันออกมีหลักการคือ
"ศึกษาธรรมชาติ... เพื่ออยู่กับธรรมชาติอย่างกลมกลืน"
.
ต่างจากหลักคิดของคนสมัยใหม่
ยุคฝั่งตะวันตกครอบงำ
.
ที่คิดจะ "ศึกษาธรรมชาติ... เพื่อเอาชนะธรรมชาติ"
.
ดังนั้น "เฟิ่งสุ่ย" หรือ "ฮวงจุ้ย"
จึงเป็นหลักในการสรรหาทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม
เพื่อความเจริญรุ่งเรืองตามวิถีที่ธรรมชาติ
สร้างสรรค์ให้ชีวิตเรานั่นเอง!
.
ส่วนของฮวงจุ้ยเนี่ย เค้าเรียก "ชี่ดิน"
เพราะบ้านตั้งอยู่บนดิน สัมผัสดิน
ชี่จึงไหลจากดินเข้าสู่คน ผ่านตัวบ้าน
.
ส่วน"ชี่ฟ้า" หรือ "ชี่สวรรค์" "เทียนชี่"
เอาไว้บอกกาลเวลาที่เหมาะสม
.
เช่น ยกตัวอย่างง่ายๆที่เราคุ้นเคยกันดี
อย่างปีชง
.
เช่น ปีนี้ 2563
พลังชี่สวรรค์ ถือเป็นปีชวด ซึ่งชงมะเมีย
.
ดังนั้น
พลังชี่คน คือ คนที่เกิดปีมะเมีย
พลังชี่ดิน คือ บ้านที่หลังพิงมะเมีย(ทิศใต้)
.
พลังชี่ทั้งสองอย่างจะสั่นคลอน
และไม่สมดุล เกิดความผิดพลาด ไม่เสถียร
ติดๆดับๆ ขึ้นๆลง ดีๆร้ายๆ
(ค่อนไปทางร้ายและวุ่นวายมากกว่า)
.
ตรงนี้แหล่ะ ทำให้ซินแสที่ศึกษาวิชาเหล่านี้
จึงสามารถคำนวณเหตุการณ์ล่วงหน้าได้
.
ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง
ในบ้านหลังนี้ในปีไหน
และเกิดเหตุกับใครในบ้าน
.
.
จะเห็นได้ว่าการคำนวณในสายวิชาเหล่านี้
มีที่มาที่ไป เป็นหลักทางการคำนวนธรรมชาติทั้งสิ้น
.
ไม่มีเรื่องของการสวดมนต์ ภาวนา หรือสะเดาะเคราะห์ใดๆ
.
แตกต่างจากสายวิชาทางไสยศาสตร์
หรือวิชาที่ขึ้นอยู่กับทางความเชื่อนั้นๆ
.
.
ย้อนกลับมาดู สายวิชาฮวงจุ้ยอีกสาย
.
กลุ่มสายวิชา "ซานหยวน" หรือ "สามยุค"
.
เป็นกลุ่มวิชาฮวงจุ้ยที่แตกแขนงมาจาก
วิชาพื้นฐานดั้งเดิมของสรรพสิ่ง
.
นั่นก็คือ มีต้นกำเนิดมาจาก
หลักวิชา "อี้จิง" "I-ching"
.
ถ้าเอาแบบที่เรารู้จักกันดีง่ายๆ
.
อี้จิง i-ching ก็คือ เส้นขีดๆ ที่มีสองประเภท ดังนี้
.
ขีดเต็ม เราเรียกว่า... เส้นหยาง
ขีดที่ขาดตรงกลาง เราเรียกว่า... เส้นหยิน
.
เป็นการวิเคราะห์กฏการเปลี่ยนแปลงของโลก
และสรรพสิ่ง ผ่านกฏของ "อี้จิง"
.
"อี้จิง" คือ ปรัชญาที่กล่าวถึง
กฏของการเปลี่ยนแปลง
.
กลุ่มซานหยวน หรือสามยุค
จะมีการคำนวณพลังชี่ของบ้าน
โดยเน้นไปที่ยุคกาลต่างๆของฮวงจุ้ย
.
มีหลักอ้างอิงมาจาก
การศึกษาผลกระทบของกลุ่มดาวเหนือ
(กลุ่มดาวกระบวย)
ที่มีทั้งหมด 9 ดวง
.
โดยแบ่งเป็น
กลุ่มที่มองเห็นได้ดวยตาเปล่า 7 ดวง
และกลุ่มที่มองไม่เห็นอีก 2 ดวง.

 

ปรมาจารย์โบราณเชื่อว่า
อิทธิพลของดาวเหนือ
ส่งผลโดยตรงกับชะตาชีวิตมนุษย์
.
โดยจะสลับกันส่งผลทีละดวงจาก 9 ดวง
.
ทำให้เกิดยุคในทางฮวงจุ้ยทั้ง 9 ยุค
.
โดยแต่ละยุคจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
ตามคุณลักษณะของดาวแต่ละดวง
.
ไปอ่านบทความ ยุคกาลฮวงจุ้ยทั้ง 9 ได้ที่นี่
https://www.fengshuix.com/single-post/2018/03/09/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%AE%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87-9-%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81
.
โดยการเปลี่ยนยุคจะแบ่งเป็นสองแบบ
คือ แบ่งทุกๆ 20 ปี จึงจะเปลี่ยนยุคคราวนึง
(ปัจจุบันเราอยู่ในยุค 8 เริ่มตั้งแต่ปี 2547-2567)
.
ฉะนั้นทุกๆ 20 ปี
จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญของโลก
ทั้งด้านระบบการค้า เศรษฐกิจ การเมือง
วิถีชีวิตของผู้คนที่เปลี่ยนไป
(แนะนำให้อ่านที่บทความข้างบนอีกที)
.

ต้องอ้างอิงก่อนว่า

ฮวงจุ้ยในยุคแรกๆ ไม่มีเรื่องของการแบ่งยุค

.

จนมาถึงสมัยหลังๆ ที่ปรมาจารย์ฮวงจุ้ย

เฝ้าสังเกตการณ์ถึงความเปลี่ยนแปลงของผลลัพธ์ของบ้านที่จัดฮวงจุ้ยแล้ว กลับกลายเป็นว่า

.

บ้านที่เคยจัดฮวงจุ้ยดีเอาไว้

กลับไม่รุ่งเรืองเหมือนเดิม

.

กลับกัน บ้านบางหลังที่ฮวงจุ้ยไม่ดี

กลับรุ่งเรืองมาในภายหลัง

.

จึงเกิดเป็นข้อสังเกตและตั้งสมมติฐานว่า

ต้องมีพลังงานบางอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลง

.

ทีนี้ก็เริ่มเฝ้าสังเกตดวงดาวที่เปลี่ยนไป

.

(อ้างอิงจากวิชาดั้งเดิมของการอ่านชะตาเมือง หรือคน

คือการดูดาวบนท้องฟ้ามาประกอบ)

.

ดังนั้นเมื่อทำการสืบเสาะเทียบเคียงกับดาวบนท้องฟ้า

และชะตาชีวิตของผู็คนแล้ว

.

จึงพบว่า

กลุ่มดาวที่ส่งอิทธิพลมากที่สุดคือ

กลุ่มดาวเหนือ

.

และเป็นที่มาของการเฝ้าสังเกต

พฤติกรรมของดวงดาวที่สว่างสดใสต่างกัน

ในช่วงเวลาต่างกัน มีเหตุใดเกิดขึ้นที่สอดคล้องกัน

.

และพบว่ามีความสอดคล้องกัน

ของรอบการโคจรของดาวเสาร์ และดาวพฤหัส

.

ที่จะมาเวียนบรรจบเจอกันในมุมต่างๆ

ในรูปแบบต่างๆ ที่น่าสนใจในทุกๆ 20 ปี

.

ก่อเกิดที่มาของยุคนึงมีรอบเวลา 20 ปี

.

และถ้าหากวนกลับมารอบเดิมที่เหมือนกันเลย

จะวนมาที่เดิมๆซ็ำๆ ทุกๆ 180 ปี

.

ซึ่งก็สอดคล้องกับปฏิทินจีนในปาจื่อ

ที่จะวนกลับมาเหมือนเดิมตั้งต้นใหม่ในทุกๆ 180 ปี

.

ทั้งปีเดือนวันยาม

.

ดังนั้นรอบของการเปลี่ยนยุคในฝั่งซานเหอ

จึงเริ่มต้นที่ปีไม้เจี่ย(ไม้หยาง)เสมอ

.

เช่น

รอบหน้าก็ปี 2567 ปีเจี่ยเฉิน (กะซิ้ง)

ถ้าเข้ายุค 1 ในปี 2587 ปีเจี่ยจื่อ(กะจื้อ)

.

หรือถ้าย้อนหลัง

ตอนยุค8 ปี 2547 ปีเจี่ยเซิน(กะซิม)

ตอนยุค 7 ปี 2527 ปีเจี่ยจื่อ(กะจื้อ)

.

แล้วก็วนไปเรื่อยๆ

.

จะเห็นว่า ยุค 1 เริ่มที่ เจียจื่อ(กะจื้อ)

เป็นวงรอบทางพลังงานใหญ่

.

และนี่คือ จุดเริ่มต้นของการเอาซานเหอมาเทียบกับยุค(หยวน)ที่เปลี่ยนไป

.

ทำให้เกิดสำนักวิชาสายซานหยวนเกิดขึ้นในภายหลัง

.

และสามารถตอบคำถามสายซานเหอได้ว่า

ทำไมชะตาชีวิตของคนในบ้านหลังเดิม

จึงเปลี่ยนไป เมื่อเวลาเปลี่ยน ยุคกาลเปลี่ยน

.


ดังนั้นในปัจจุบันถ้านับตามการเปลี่ยนแปลงยุค
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
.
ปี 2563 นี้ ถือว่าอยู่ในช่วงปลายยุค 8
และจะเปลี่ยนเข้าสู่ยุค 9 ในต้นปี 2567
.
ส่วนการแบ่งยุคอีกแบบเป็น
การนับตามอิทธิพลของเส้นกว้าอี้จิง
ปัจจุบันเราย้ายเข้าสู่ยุค 9 แล้ว
ตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมา
.
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นสำนักใดก็ตาม
นั่นหมายความว่า
.
ในยุค 9 กำลังคืบคลานเข้ามา...
อย่างน้อยก็อีก 4 ปี
ถือว่าจะเข้าสู่ยุค 9 อย่างสมบูรณ์แบบ
(เพราะไม่ว่าสำนักใด ก็ถือว่าเป็นพลังยุค 9 ทั้งสิ้น)
.
ทีนี้...ความหมายของดาวยุค 9 คืออะไร
.
ผมแนะนำให้ย้อนกลับไปอ่านในลิงค์ที่แปะไว้ด้านบน
ตรงอธิบายในส่วนของยุค 9
.
แต่จะสรุปสาระสำคัญๆให้ดังนี้
.
ยุค 9 คือ ธาตุไฟ
.
อัตลักษณ์ของธาตุไฟ คือ
แสงสว่าง ความสว่างไสว
ความร้อน ความรู้ใหม่
ความฉลาด ความกระจ่าง
.
ดังนั้น ตัวแทนของธาตุไฟ
ยังหมายถึงสิ่งที่มองเห็น แต่สัมผัสจับต้องไม่ได้
.
หากเทียบเป็นสังคม และวิถีชีวิตของคน
.
ก็ยังหมายถึงชีวิตแบบออนไลน์
ไลฟ์สไตล์ที่พบปะเจอกันในโลกเสมือน
(เห็นกันแต่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าจริง จับต้องไม่ได้)
.
การสื่อสารไร้สายที่ส่งภาพเสมือนจริง
เจอกันทางไกลผ่านเครื่องมือที่ช่วยให้เราเข้าถึงทุกที่ได้
.
ถ้าพูดถึงในเรื่องของพลังงาน
ก็หมายถึงพลังงานทางเลือกใหม่
.
ความรู้ใหม่ๆ
การใส่ใจในสิ่งที่จับต้องไม่ได้
.
เช่น ความรอบรู้ ความฉลาด ความกระจ่าง
จิตใจ พลังจิต จิตวิญญาณ
.
การค้า ก็จะหมายถึง
การค้าทางออนไลน์ e-commerce
แบบเตรียมรูปแบบ
.
หรือรวมไปถึงอนาคต
อาจจะเห็นทุกธุรกิจเข้าสู่การออนไลน์ทางไกล
.
เช่น
.
อนาคตการไปพบหมอ
อาจจะไม่ต้องไปที่คลินิคให้ตรวจโรค
แค่เอาอุปกรณ์ขึ้นมาตรวจวัดชีพจร
และส่งข้อมูลสุขภาพให้คุณหมอทางออนไลน์
.
หมอก็สามารถวินิจฉัยโรคได้เลย
.
รวมไปถึงการผ่าตัด
อาจจะเป็นการผ่าตัดออนไลน์จากหมออีกซีกโลกนึงก็ได้
ซึ่งตอนนี้เริ่มมีแล้ว แต่ยังไม่แพร่หลาย
.
ดังนั้นในยุค 9 ที่กำลังคืบคลานเข้ามา
.
เราจะเห็นได้ว่า
หลายๆธุรกิจ และแนวคิดของคน
เริ่มปรับตัวกันไปบ้างแล้ว.
.
ตอนนี้มีโรคโควิด19 เข้ามา
ยิ่งกระตุ้นให้คนผันตัวเข้าสู่ยุค 9 ได้เร็วมากยิ่งขึ้น
.
เพราะใครที่ปรับตัวทันจะเริ่มรู้แล้ว
อนาคตเชื้อโรคใหม่ๆอาจจะเกิดขึ้นได้อีก
.
การพบปะเจอตัวกันตัวเป็นๆ
จึงถือเป็นความเสี่ยงต่อชีวิต
.
ยังไม่นับในเรื่องของมลพิษทางอากาศ
.
และประเด็นการรักษ์โลกอีกด้วย
.
เพราะยิ่งทุกคนอยู่ในพื้นที่ของตน
การเคลื่อนย้ายน้อยลง
มลพิษทางอากาศก็น้อยลงด้วย
.
อนาคตเทรนด์การรักษ์โลกแบบ
อยู่บ้านใครบ้านมัน
อาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีทางนึงเช่นกัน
.
ส่วนใครที่ยังไม่ปรับตัว
ก็ยังอยู่ในยุค 8 ยุคเก่าต่อไป
.
เมื่อตกยุค...
ความเสื่อมทั้งหลายก็ตามมา
เหมือนคนที่คิดอะไรล้าหลังชาวบ้านไปหนึ่งก้าวเสมอ
.
บ้านที่มีพลังฮวงจุ้ยดี พร้อมรับพลังยุคหน้า
ก็มีแนวโน้มว่าจะเจริญก้าวหน้าไปตามยุค
.
ซินแสที่ปรับฮวงจุ้ย
ก็ต้องตรวจเช็คยุคของฮวงจุ้ย
.
ให้บ้านรับพลังยุคปัจจุบันอยู่เสมอ
ก็จะทำให้คนในบ้านคิดอะไรสอดคล้องกับ
พลังชี่ธรรมชาติที่เป็นปัจจุบันกาล
.
บ้านใดจัดบ้านรับยุค 9 ล่วงหน้า
ก็มีแนวโน้มที่จะคิดอะไรล้ำหน้าเกินคนอื่นไปหนึ่งสเตป
.
แต่ความสำเร็จอาจจะต้องรอหน่อย
เพราะคิดล้ำหน้า... ไปอนาคต
ก็ต้องรอให้เวลาในอนาคตมาถึง
ผลลัพธ์จึงก่อเกิดสำเร็จดีเยี่ยม!
.
ดังนั้นวันนี้ลองถามตัวเองว่า
วันนี้ เราใช้ชีวิต ปรับตัว ปรับความคิดของเรา
ให้สอดคล้องรอรับกับการเปลี่ยนแปลงไว้แล้วหรือยัง?!?!
.
หากว่ายัง คุณต้องรีบแล้วละ...
เพราะเมื่อเวลานั้นมาถึง...
คุณอาจจะปรับตัวไม่ทัน!!!
.
สนใจสอบถามฮวงจุ้ยได้ทางหลังไมค์ครับ
ยินดีดูดวง ดูฮวงจุ้ยเพื่อปรับรอรับยุคหน้าครับ
.
ข้าพเจ้าเจ๋อหลาง
#ดูดวงจีน #ดูฮวงจุ้ย #ฮวงจุ้ยยุค9

ดูน้อยลง

Please reload

Our Recent Posts

โลกกำลังจะเปลี่ยนสู่ยุค 9

May 22, 2020

ฤกษ์แต่งงาน สำคัญจริงหรือ?

November 5, 2019

ไม่มีเหตุ... ไม่ทาย...ไม่มีคำถาม... คำตอบไม่ปรากฏ

November 5, 2019

1/1
Please reload

Tags

Please reload

 

091-5656-964

Line ID: Battbattbatt

อ.รวิ อัญญากาญจน์ (อ.แบ๊ท, โค้ชแบ๊ท)
Tianlang Ancient Wisdom Institute (สำนักภูมิปัญญาโบราณเทียนหลาง)
211/3, Fl.4, 21 Ratchadamarketing Building, Ratchadaisek Road, Dindang, Bangkok 10400, Thailand

©2018 by fengshuiX. Mr. Ravi Aunyakan