top of page

เลือกทำเลดี มีชัยกว่าครึ่ง

การเลือกทำเลร้านค้า หรือห้างร้าน กิจการใดๆ ในศาสตร์ฮวงจุ้ยนั้น มีความสำคัญมาเป็นอันดับแรกเลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะกิจการ หรือร้านค้าจะเจริญรุ่งเรือง การเลือกทำเลที่เหมาะสม และส่งเสริมเกื้อหนุนดี จะยิ่งเพิ่มพูนทวีความเจริญรุ่งเรืองให้กิจการนั้นๆก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ขอยกตัวอย่างการพิจารณามาให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจและสามารถนำไปใช้เลือกทำเลของท่านได้ ซึ่งหลักการที่เราจะพูดถึง คือการดึงเอาพลังชี่ที่ดี เข้าสู่ตัวอาคาร ซึ่งพลังชี่นี้ เป็นเสมือนพลังที่หล่อเลี้ยงตัวอาคารสิ่งปลูกสร้าง รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตต่างๆที่อยู่ภายในอาคารนั้น เปรียบเสมือนลมหายใจซึ่งมีออกซิเจน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตที่ก่อให้เกิดพลังชีวิต การเคลื่อนไหวและก่อกำเนิดสิ่งต่างๆ หรือบางตำราอาจเรียกว่า “พลังมังกร” ซึ่งในหลักการของฮวงจุ้ยนั้น การเลือกร้านค้า จำเป็นต้องหาทำเลที่เหมาะสม และสามารถรับพลังชี่ได้มาก ก็จะเกิดความเจริญรุ่งเรืองได้มาก นอกจากนี้กระแสชี่นี้ยังเป็นการนำพาคนจำนวนมากมายังร้านค้าของเราด้วย ซึ่งผมจะสรุปง่ายๆสำหรับการเลือกทำเลร้านค้าเบื้องต้น ซึ่งดึงเอาทำเลในเมืองที่เป็นอยู่ปัจจุบันจริงมาเป็นตัวอย่างให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจง่ายๆ และสามารถนำไปดัดแปลงใช้ได้จริงประกอบการพิจารณาเลือกทำเลร้านค้าของท่านเอง ดังนี้

1. การเลือกทำเลที่ดี ควรสามารถรับกระแสพลังจากด้านหน้าได้ดี และมีตัวคอยดักกระแสให้เข้าสู่ร้านค้า เช่น ร้านค้าที่อยู่ริมถนนหากถนนรถวิ่งจากขวามาซ้าย ควรมีป้ายตั้งพื้น วางขวางไว้ทางซ้ายของร้านค้า หรือการติดป้ายแนวยื่นออกไปยังถนนควรอยู่ในตำแหน่งเยื้องไปทางซ้ายของหน้าร้าน ไม่เอามาขวางไว้ทางขวามือ ก่อนถึงประตูร้านค้า ดังรูปที่ 1.

2. ควรเลือกร้านที่ก่อนถึงสะพานลอยคนข้ามเล็กน้อย จะดีกว่าร้านที่เลยไป กรณีนี้ใช้ได้กับถนนลอยฟ้ารถข้าม หรือสิ่งปลูกสร้างที่พาดผ่านทุกชนิด ดังรูป

3. จุดรถลงสะพาน หากไม่มีสะพานคนข้ามทอดผ่าน หรือป้ายดักกระแสเข้ามายังตัวอาคาร ถือว่าไม่ดี ควรมีทางรถวิ่งเข้า และมีสะพานคนข้ามคอยดักไว้จะดีกว่า

4. พื้นที่ด้านหน้าอาคาร ไม่ควรใกล้ถนนมากเกินไป ควรเว้นพื้นที่ลานด้านหน้าให้กว้าง ซึ่งภาษาทาง ฮวงจุ้ยเราเรียกส่วนนี้ว่า “เหม่งตึ๊ง” ลานเหม่งตึ๊งที่ดี ควรกว้าง ได้สัดส่วน ไม่ลาดออก ไม่เอียงออกข้างทั้งสอง จุดนี้ในทางฮวงจุ้ยคือ จุดพักสะสมพลังงานชี่ก่อนที่จะเข้าสู่ตัวอาคาร หากไม่มีจะทำให้พลังสะสมตัวได้น้อยถือว่าไม่ดี และควรมีการไหลของพลังงานชี่เข้าสู่ตัวอาคารจึงจะถูกต้อง

5. หากด้านหน้าอาคารมีกำแพง หรือตึกที่สูงกว่าลานโล่ง ระยะความสูงของกำแพง ไม่ควรสูงเกินระยะห่างถนนกับอาคาร 1.5 - 3 เท่า เช่นลานด้านหน้ามีระยะห่างจากถนนถึงตัวอาคาร 3 เมตร กำแพงไม่ควรสูงเกิน 1-2 เมตร จึงจะดี หากสูงกว่านี้ จะทำให้กระแสเข้าสู่ตัวอาคารได้ยาก