top of page

พระราหู เทพโชคลาภ วิธีไหว้แล้วเห็นผล ไหว้แบบไม่งมงาย


องค์เทพราหู กายทองสำริด เป็นอสูรตระกูลแทตย์ หรือทานวะ สร้างจาก AI โดยลูกศิษย์ fengshuiX
องค์เทพราหู กายทองสำริด เป็นอสูรตระกูลแทตย์ หรือทานวะ สร้างจาก AI โดยลูกศิษย์ fengshuiX

พระราหู หนึ่งในเทวดานพเคราะห์ เป็นอสูร (แทตย์ หรือทานวะ)

เป็นเทวดาลำดับที่ 8 เกิดจากการที่ “พระอิศวร” ทรงนำหัวผีโขมด 12 หัว มาป่นลงเข้าด้วยกัน แล้วประพรมด้วยน้ำอมฤต จึงบังเกิดเป็นพระราหู ขึ้นมา สีกายเป็นทองสัมฤทธิ์ วิมานสีนิล ทรงครุฑเป็นพาหนะ


ในวรรณคดีเรื่องเฉลิมไตรภพได้กล่าวถึงการสร้างพระราหูของพระอิศวรในเรื่องเดียวกันนี้ว่า


แล้วสุวกำเลือกสรร หัวโขมดอัน ที่ร้ายรองสิบสองหัว แกล้วกล้าสั่งมาไม่กลัว ครบสิบสองหัว ถวายสี่องค์ทรงธรรม์ อ่านเวทย์วิเศษสรรพสรรพ์ ระคนปนกัน ห่อนั้นผ้าดำดำดี ประน้ำอทฤตพิธี เป็นเทวสุรี มีกายสูงล่ำดำนิล ประทานนามว่าอสุรินทร์ ราหูเทวินทร์ ที่แปดพระเคราะห์เจาะจง

ที่มาของ พระราหู ต่อจากนี้ อาจจะยาวมากประมาณนึง หลายท่านอาจจะอ่านจนเพลีย แต่ยอมรับว่า ถ้าจะเขียนบทความนี้ผมตั้งใจจะเขียนให้ครบถ้วนให้เข้าใจมากที่สุดครับ


เพื่อที่ว่า เวลาท่านไหว้พระราหู ท่านจะได้มีความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า พระราหู ท่านเป็นอย่างไรมาก่อน


เวลากราบไหว้ขอพร จะได้ไม่ได้ไหว้เพียงเพราะงมงาย และไหว้ๆตามๆกันไป แล้วก็รอรับผลได้บ้างไม่ได้บ้าง มีทั้งไหว้ถูกไหว้ผิด เพราะเชื่อๆตามกันจนกลายเป็นวัฒนธรรมหากินกับเทพ เทวดาไปซะงั้น แล้วก็ไม่ได้ศึกษากันจริงจัง


ข้อดีของการไหว้หลังจากที่รู้ประวัติคร่าวๆคือ


เวลาท่านไหว้ ท่านจะเข้าสู่จิตของพระราหูได้เต็มกำลัง

ท่านที่ไหว้ด้วยจิตกุศล รำลึกคุณงามความดี ของท่านได้เต็มกำลัง บารมีทาน และกุศลที่ท่านระลึกถึงพระราหูจะยิ่งแรง เข้มข้น และส่งผลให้การขอพรใดๆต่อพระราหู ย่อมส่งผลดี และเห็นผล มากกว่าปกติ


เอาละครับ พร้อมแล้วนะ ไปอ่านกันได้เลย

 

ราหู มีในหลายตำนาน

หนึ่งในตำนานพระราหู กล่าวไว้ว่า


ในสมัยโบราณกาล กล่าวว่าเดิมพวก อสูร (แทตย์ หรือทานวะ)(อ้างอิง 1) ก็เป็นฝ่ายที่มีธรรมะไม่ต่างจากเทวดา แต่พอโดนบูลลี่เรื่องหน้าตา และนิสัยจากฝ่ายเทวดาบ่อยๆ แต่มาเมื่อถูกกระตุ้นอารมณ์มากๆ ความมีพื้นฐานจากนิสัยอสูร ความแค้นก็บังเกิดจึงเปลี่ยนกลายเป็นฝ่ายอธรรม คอยรังแกและรังควานเทวดาเพื่อเอาคืนในภายหลัง (ในตำนานเทพเทวดาไม่ได้ดีแบบพุทธะนะครับ ต้องแยกก่อน)


หลังจากนั้นเทพกับอสูรมักจะสู้รบกันเสมอๆ ต่างก็ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ จนเหล่าเทพตายลงเป็นจำนวนมาก พวกเทพจึงมาขอให้พระนารายณ์ช่วย ท่านจึงให้ทำการกวนเกษียรสมุทรเพื่อจะได้มีน้ำอมฤตมาให้พวกเทพได้ดื่มและจะได้มีชีวิตเป็นอมตะ แต่การกวนเกษียรสมุทรซึ่งเป็นงานใหญ่ ต้องให้พวกอสูรร่วมมือด้วย จึงมีการเจรจาพักรบกันชั่วคราว โดยฝ่ายเทพบอกว่าจะให้พวกอสูรได้ดื่มน้ำอมฤตด้วย


การร่วมมือกันระหว่างเทพ และอสูร สร้างจาก AI โดยลูกศิษย์ fengshuiX
การร่วมมือกันระหว่างเทพ และอสูร สร้างจาก AI โดยลูกศิษย์ fengshuiX

การกวนเกษียรสมุทรนี้ต้องใช้พระยาอนันตนาคราช ซึ่งเป็นพญานาค มาพันรอบยอดเขาพระสุเมรุ แล้วก็ให้เหล่าเทพดึงทางหนึ่ง อสูรดึงอีกทางหนึ่ง ฝ่ายเทพก็ให้พวกยักษ์ไปดึงพญานาคทางด้านหัว เพราะรู้ว่าพญานาคจะมีการคายพิษออกมาเรื่อยๆ พวกอสูรจะได้โดนพิษจากปากของพระยาอนันตนาคราช(เพราะอยู่ใกล้) ซึ่งฝ่ายอสูรก็ต้องทนไป ทำอะไรไม่ได้

เมื่อรู้ว่าพญานาคจะคายพิษออกมา พวกเทวดาก็จัดให้พวกอสูรจะโดนพิษจากปากของพระยาอนันตนาคราช ฝ่ายอสูรก็ต้องทนไป
เมื่อรู้ว่าพญานาคจะคายพิษออกมา พวกเทวดาก็จัดให้พวกอสูรจะโดนพิษจากปากของพระยาอนันตนาคราช ฝ่ายอสูรก็ต้องทนไป
ฝ่ายอสูร อยู่ทางด้านศรีษะของพญานาคราช
ฝ่ายอสูร อยู่ทางด้านศรีษะของพญานาคราช
ส่วนฝ่ายเทวดามาช่วยอยู่ทางฝั่งหาง เพื่อเลี่ยงที่จะโดนพิษจากพญานาคราช
ส่วนฝ่ายเทวดามาช่วยอยู่ทางฝั่งหาง เพื่อเลี่ยงที่จะโดนพิษจากพญานาคราช

การกวนเกษียรสมุทรนี้ ความสั่นสะเทือนอาจจะทำให้โลกมนุษย์พังทลายได้ พระนารายณ์จึงต้องแบ่งภาคอวตารไปเป็นเต่ายักษ์ เพื่อเอากระดองไปรองรับยอดเขาพระสุเมรุไว้ เพื่อไม่ให้โลกมนุษย์พัง

พระนารายณ์ทรงประทับเป็นประธานในการกวนเกษียรสมุทร
พระนารายณ์ทรงประทับอยู่เหนือเขามันทรคีรี เป็นประธานในการกวนเกษียรสมุทร

ฝ่ายเทพและอสูร ใช้เวลากวนเกษียรสมุทรกันเป็นพันๆปี เกิดเหตุการณ์มหัศจรรย์ขึ้นมากมาย คือมีของวิเศษต่างๆ เกิดจาก เกษียรสมุทรขึ้นมามากมาย


สิ่งแรกคือ พระลักษมี ซึ่งกลายเป็นชายาของพระวิษณุ อย่าลืมด้วยว่า พระลักษมี หรือ พระศรี เป็น เทพีแห่งโชคลาภและความเป็นมงคล


ถัดจากนั้นเหล่า นางอัปสร ก็ผุดขึ้น

โคสุรภี อันเป็น โคแห่งความอุดมสมบูรณ์ ก็ผุดขึ้น

ตามมาด้วย ม้าขาว ที่มีพละกำลังมหาศาล

ดวงจันทร์ ให้แสงสว่างยามค่ำคืน ความอุดมสมบูรณ์

ดวงมณี ซึ่งประดับพระอุระของพระวิษณุ

ต้นปาริชาติ ที่อาจ ประทานพรแก่ผู้ขอได้


ทั้งนี้แต่ก็ไม่ได้มีแต่สิ่งดีเพียงด้านเดียวที่ผุดขึ้นจากความปั่นป่วนวุ่นวายนี้ ไอพิษก็กรุ่นขึ้นมาด้วย


พระศิวะ จึงกลืนไอพิษเหล่านี้ไว้เองเพื่อปกป้องจักรวาล มิให้ถูกทำลาย นั่นจึงทำให้พระศิวะเป็นเทพที่มี พระศอสีดำ (นีลกัณฐ์)


สิ่งสุดท้ายที่ผุดขึ้นมาคือ หมอของเทวดา ซึ่งถือภาชนะบรรจุน้ำอมฤต


ครั้นช่วงที่พอเกิด นางอัปสรสวรรค์ ต่างๆ ก็ออกมาด้วย เหล่าอสูรก็ตื่นตาตื่นใจ หลงไหลไม่วางสายตา เห็นดังนั้น พระวิษณุจึงแปลงตัวเป็นสาวสวยชื่อ นางโมหิณี มายั่วยวนให้พวกอสูรหลงใหลลืมตัว แล้วก็จัดแบ่งน้ำอมฤตแจกจ่ายแก่เหล่าเทวดาได้ดื่มกันทั่ว

นางอัปสรสวรรค์ และนางโมหิณี สร้างจาก AI โดยลูกศิษย์ fengshuiX
นางอัปสรสวรรค์ และนางโมหิณี สร้างจาก AI โดยลูกศิษย์ fengshuiX

เหล่าเทพจึงถือโอกาสที่อสูรกำลังสนใจนางงามเหล่านั้น แบ่งสรรปันส่วนน้ำอมฤกตกันเองก่อน โดยไม่คิดแบ่งให้พวกอสูรตามที่ได้ตกลงกันไว้ (ฝ่ายอสูรคงร้องเพลง... อ้าว เฮ้ย...ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา ออกมาดังๆกันแน่ๆ)


ทางฝ่ายอสูรนั้นมีเพียง ราหู ตนเดียวที่ไม่สนใจนางอัปสร และความฉลาดรู้กลของ นางโมหิณี ราหูจึงได้แปลงร่างเป็นเทพ เข้ามาดื่มน้ำอมฤต แต่พระอาทิตย์และพระจันทร์ซึ่งเห็นว่าราหูปลอมตัวมาเป็นเทพ จึงได้ไปฟ้องพระนารายณ์


ราหู จึงถูกพระนารายณ์ตัดร่างกายออกเป็นสองท่อนด้วยจักร แต่เพราะได้ดื่มน้ำอมฤตเข้าไปแล้ว ซึ่งทำให้เป็นอมตะ พระราหู จึงไม่ตาย หากเหลือร่างกายเพียงครึ่งท่อนเท่านั้น (อ้าวว... แล้วเหตุใดพระวิษณุไม่โดนบ้าง ปลอมเหมือนกัน เริ่มงงในตรรกะ ฮ่าาา)


เมื่อโดนตัดขาดสองท่อน โดยท่อนบน เป็น พระราหู มีรูปร่างเป็น อสูร

ส่วนท่อนล่าง หลุดไปเป็น พระเกตุ ซึ่งถือเป็น ดาวนพเคราะห์ลำดับที่ 9 นั่นเอง

(มีตำนานนึงกล่าวว่า ตอนที่จักรไปตัดราหูเป็นสองท่อนนั้น จักรได้ตกลงไปตัดโดนหางของนาคตนนึงด้วย ราหูควานหาท่อนล่างตนไม่เจอ จึงหยิบเอาหางนาคตนนั้นมาใส่แทน ทำให้ราหูมีท่อนล่างเหมือนงูใหญ่ หรือนาค นั่นเอง)

องค์เทพพระราหู กายสีทองสำริด สร้างจาก AI โดยลูกศิษย์ fengshuiX
องค์เทพพระราหู กายสีทองสำริด สร้างจาก AI โดยลูกศิษย์ fengshuiX

ราหูขึ้นชื่อว่าเป็น อสูร มีความโมโห และเคียดแค้นฝังใจเป็นกิเลสตัวหลักที่ฝังแน่น จึงโกรธแค้นพระอาทิตย์และพระจันทร์มาก และจะจับกินทุกครั้งที่เจอกัน เกิดเป็นตำนานราหูอมจันทร์ ราหูอมพระอาทิตย์นั่นเอง แล้วคนโบราณก็จับเอาตำนานนี้มาสัมพันธ์กับการเกิดสุริยคราส และจันทรคราส (ซึ่งต้องแยกกันให้ออกนะครับ ระหว่างดาราศาสตร์ โดยหลักวิทยาศาสตร์ กับการนำเอาตำนานมาใส่เข้าไป)


(ตำนาน เป็นได้ทั้งเรื่องเล่า หรืออาจจะเป็นเรื่องจริงๆที่เกินกว่ามนุษย์ในยุควิทยาศาสตร์จะเข้าใจ และเข้าถึง)


ภายหลังพระราหูด้วยเป็นอสูรที่มีพละกำลังมหาศาล และตัวใหญ่กว่าเทพทั้งหลาย จึงมักถูกเรียกใช้งานอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความที่เป็นอสูร จึงมีความฉลาด แยบยล รู้กลทันอสูรร้าย เวลามีอสูรร้ายออกอาละวาด เดิมส่งเทพเทวดาลงไปปราบก็สู้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะสู้ไม่ได้


(ลองนึกถึงว่า เหมือนเอาตำรวจถือกฏหมายไปปราบเสือใหญ่โจรป่าห้าร้อย มีหรือตำรวจจะจับได้ง่ายๆ สู้กลอุบายโจรร้อยแปดพันเก้าไม่ไหว ลักษณะนี้จึงเป็นเรื่อง เอาโจรมาจับโจรนั่นเอง)


ดังนั้นพระนารายณ์ จึงแต่งตั้ง ราหู เป็นเทพอีกองค์นึงที่คอยช่วยเหลือโลกมนุษย์และเทพ ให้ไปปราบอสูรที่ชั่วร้าย


ด้วยราหูเองนั้น ก็ไม่ได้มีจิตใจชั่วร้ายเสียทีเดียว เพียงแต่ชาติกำเนิดเป็นอสูร จึงอาจจะมีสัญชาติญาณของอสูรติดมา จึงเข้าใจอสูรด้วยกันได้อย่างดี และมีเทคนิคในการรับมือกับความชั่วร้ายเหล่านั้นได้อย่างอยู่หมัด ด้วนวิธีการของราหูนั่นเอง


ดังนั้น พระราหู จึงแบ่งเป็นสองภาค


ภาคแรกคือ ช่วงที่ยังไม่กลับใจ มักจะมีรูปร่างสีนิล ดำ ยังคงนิยมทำตามสัญชาตญาณ รัก โลภ โกรธ หลงไหล สุขนิยม ทำตัวเสเพล กินดื่ม สนุกสนาน โมโหง่าย โกรธ แค้น ฝังใจ


ภาคที่สองคือ ช่วงที่กลับตัวกลับใจอยู่ฝ่ายเทพ จะมีองค์กายสีทองสำริด (สีทองเหลือง+ทองแดง+ดีบุก) ซึ่งพระนารายณ์นิรมานกายใหม่หลังจากที่พระราหู ได้สร้างความดีความชอบปราบอสูรร้าย ไม้ให้เป็นภัยต่อมนุษย์และเทพอีกต่อไป


มาถึงตรงนี้หลายท่านอาจจะบอกว่า

อ้าว นิรมานกายได้ขนาดนี้ แล้วทำไมไม่ต่อกายพระราหูให้ครบถ้วนเหมือนเดิมไปเลย


ขออธิบาย อย่างนี้ครับ

กงจักรของพระนารายณ์ เนี่ยไม่ใช่ กงจักรธรรมดา

คือ ถ้าตัดสิ่งใดขาดแล้ว จะขาดสะบั้น ไม่สามารถมาเชื่อมต่อได้อีกเลย เหมือนต้องคำสาปไปด้วย ซึ่งตรงนี้พระนารายณ์เองก็แก้ไขกฏข้อนี้ไม่ได้ครับ

*เข้าใจละนะครับ*


 

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้นะครับ

คุณเป็นคนที่ตั้งใจอ่านจริงๆ และพยายามทำความเข้าใจกับตำนานพระราหูพอสมควร


จริงๆแล้วยังมีอีกหลายตำนานครับ แต่ผมพิจารณาแล้ว ตำนานนี้ก็มีความสนุก ปนความเศร้า (ที่ทำไมอสูรโดนบูลลี่ตลอดเลย ฮือๆๆ) เล่าเป็นเรื่องราวแล้วก็แฝงด้วยแง่คิดมากมาย


อีกตำนานคือ ราหู ในพระพุทธศาสนา อันนี้ผมก็ชอบ แต่ขอยกเว้นในบทความนี้แล้วกัน ไม่งั้นยาวเกินไป

(ไปลองค้นหาอ่านกันได้ครับ)


 

กลับมาที่ หัวข้อสำคัญก่อน

"ไหว้ราหู... ยังไงให้ปัง! ไหว้แล้วเห็นผล ไหว้แบบไม่งมงาย"


ถ้าท่านอ่านมาถึงตรงนี้นะ จะเห็นได้ว่า


องค์เทพราหู ก็ถือเป็นเทพที่มีคุณงามความดีสูงมาก ช่วยโลกและสวรรค์มากมาย บารมีสูงส่ง อีกทั้งมีฤทธิ์สูงมาก ความเป็นแฑตย์ อสูรมาแต่ชาติกำเนิด ทำให้มีกลอุบายแยบยล มีทักษะการวางแผนที่ชาญฉลาด เอาตัวรอดเก่ง ไม่จนมุมง่ายๆ ชอบคบค้าสมาคมกับคนหลากหลาย หลงไหล หมกมุ่น จริงจิง กับสิ่งต่างๆรอบตัวได้ง่าย หาผลประโยชน์เก่ง จึงเป็นเทพที่บันดาลทรัพย์ และโชคให้กับคนได้


ภายหลังที่ได้มาทำงานรับหน้าที่เป็นเทพดาวนพเคราะห์ก็ได้อาศัยความฉลาดนี้แหล่ะ สร้างคุณงามความดีด้วยกลอุบายต่างๆนาๆ ก็ช่วยให้งานสำเร็จได้ง่ายขึ้น (เพราะมักใช้วิธีการที่พลิกแพลงแบบที่เทพปกติเค้าไม่ใช้กัน)

องค์เทพพระราหู กายออกทองสำริด สร้างจาก AI โดยลูกศิษย์ fengshuiX
องค์เทพพระราหู กายออกทองสำริด สร้างจาก AI โดยลูกศิษย์ fengshuiX

ดังนั้น

ท่านที่ไหว้ราหู ถ้าอยากร่ำรวย ประสบความสำเร็จจะต้องยึดตามแบบองค์ราหูดังนี้